ในแต่ละวัน มีการเดินทางผ่านแอปพลิเคชันเรียกรถกว่า 1 ล้านเที่ยวที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะและสนามบินในเมืองหลักทั่วประเทศไทย การเดินทางเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว และช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจท้องถิ่น
ข้อมูลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ Thai Ride-Hailing Economy Report ซึ่งมุ่งศึกษาผลกระทบของอุตสาหกรรมนี้ต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยในภาพรวม โดยประเทศไทยนับเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียที่ Bolt เลือกเข้ามาให้บริการ และล่าสุดได้ขยายการให้บริการสู่ประเทศมาเลเซียเป็นประเทศที่สอง
นอกเหนือจากการศึกษาในประเทศไทย Oliver Wyman Mobility Forum ได้ทำการศึกษาภาพรวมของเศรษฐกิจแพลตฟอร์มเรียกรถในระดับโลก โดยคาดการณ์ว่าภาคอุตสาหกรรมการเดินทางร่วมกัน (Shared Mobility) จะสร้างโอกาสทางรายได้ให้ผู้ขับขี่ถึง 16 ล้านคนภายในปี 2573 ซึ่ง 95% เป็นโอกาสทางรายได้ในภาคบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน (Ride-hailing)
• เอเชียเป็นภูมิภาคที่มีอัตราการเติบโตของจำนวนผู้ขับขี่สูงที่สุด โดยคาดว่าจะมีผู้ขับขี่ถึง 11.6 ล้านคนในปี 2573 เพิ่มขึ้น 84% จากปี 2566
• ประเทศไทยเป็นผู้นำการเติบโตของอุตสาหกรรมการเดินทางร่วมกัน (Shared Mobility) ในเอเชีย โดยนับตั้งแต่เริ่มให้บริการในปี 2556 อุตสาหกรรมนี้ได้เติบโตจนมีผู้ให้บริการที่ได้รับใบอนุญาต 11 ราย ได้แก่ Grab, Bolt, Hello Phuket Service, Bonku, Asia Cab, AirAsia Super App, inDrive, Maxim, LINE MAN, TADA และ Lalamove ครอบคลุมการให้บริการใน 60 จังหวัดทั่วประเทศ
• จังหวัดที่มีปริมาณการใช้บริการสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต และหาดใหญ่ ขณะที่เชียงราย ตาก อุดรธานี อุบลราชธานี และพิษณุโลก กำลังเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ปัจจุบันแอปพลิเคชันเหล่านี้สร้างรายได้ให้ผู้ขับขี่กว่า 500,000 คน โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 10% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
ข้อมูลผู้ขับขี่ Bolt
• ผู้ขับขี่ชาวไทยมีอายุเฉลี่ยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก 79% มีอายุไม่เกิน 44 ปี และมีการศึกษาในระดับสูง โดย 40% จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป นอกจากนี้ มีสัดส่วนผู้ขับขี่หญิง 7% สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 4%
• เมื่อเปรียบเทียบกับโอกาสทางรายได้ลักษณะเดียวกันอื่นๆ 65% ของผู้ขับขี่เลือกที่จะสร้างโอกาสทางรายได้ผ่านแอปพลิเคชันเรียกรถ
• 59% ของผู้ขับขี่มีความกังวลด้านการเงินลดลงหลังเข้าร่วมแอปพลิเคชัน
• 50% ของผู้ขับขี่ระบุว่าเป็นโอกาสทางรายได้เพียงทางเลือกเดียวที่มี
• ผู้ขับขี่ในประเทศไทยที่มีอัตราการให้บริการประมาณ 75% มีรายได้สุทธิเฉลี่ย 30,000 บาทต่อเดือน ซึ่งสูงกว่าอัตราค่าแรงขั้นต่ำ 250%
• ในประเทศไทย บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันครอบคลุมเส้นทางมากกว่า 1 ล้านเส้นทางต่อวัน ซึ่งรวมพื้นที่ที่ไม่มีระบบขนส่งสาธารณะแบบดั้งเดิม และสามารถเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะสำหรับการเดินทางระยะไกล โดย 25% ของการเดินทางรายเดือนมีจุดหมายปลายทางเป็นศูนย์คมนาคม เช่น สนามบินและสถานีรถไฟ
• ประมาณ 25% ของผู้ใช้บริการ เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ คิดเป็น 20.18 ล้านเที่ยวในปี 2567
ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็ม